ประธาน กนย.ไทยพีบีเอส คาดหวัง สรรหาได้ ผอ. ที่มีความสามารถสูง นำพาสังคมไปสู่การแก้ปัญหา

ประธานกรรมการนโยบายไทยพีบีเอส คาดหวังสรรหาได้ผู้อำนวยการมีความสามารถสูง รักษาความน่าเชื่อถือได้ เน้นการมีส่วนร่วมคนเล็กคนน้อย นำพาองค์การช่วยสังคม ต่อสู้ปัญหาท้าทายที่หนักหน่วงของไทย การคัดสรรต้องโปร่งใสมีธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส เปิดประชุมนัดแรกระหว่างคณะกรรมการนโยบายและคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ถึงข้อกำหนดและความคาดหวังต่อบุคคลที่จะสมัครเข้ามาเพื่อรับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการทดแทนผู้ที่จะครบวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยที่ประชุมมีมติให้ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งประธานสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท.

ด้าน รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. กล่าวถึงความคาดหวังต่อบุคคลที่จะเข้ามารับการสรรหาผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ว่า “ประการแรกต้องมีความเข้าใจในทีวีสาธารณะว่าต้องมีความเป็นอิสระจากอำนาจรัฐ อำนาจโฆษณาแอบแฝง มีจรรยาบรรณ และจริยธรรมของความเป็นสื่อที่แท้จริง สามารถนำพาองค์กรที่มีพนักงานประมาณหนึ่งพันคน ที่อยู่ทั้งในกรุงเทพและในภูมิภาค ประการที่สองมุ่งหวังจะได้บุคคลที่บริหารสื่อ เพื่อให้เป็นโรงเรียนของสังคม ให้โอกาสกับชุมชนโดยเฉพาะคนเล็กคนน้อย เคารพความหลากหลาย เน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปฏิบัติงาน เครือข่ายองค์กรชุมชุน รวมถึงสภาผู้ชมผู้ฟัง

ประการที่สามสามารถรักษาไทยพีบีเอสให้เป็นสื่อที่น่าเชื่อถือ ซึ่งได้สะสมมาและสามารถนำพาให้ไทยพีบีเอส เป็นสื่อสาธารณะในระดับภูมิภาค หรือ ASEAN ประการที่สี่นำพาไทยพีบีเอสให้เป็นองค์กรที่ช่วยให้สังคมฟันฝ่าประเด็นท้าทายที่จะเกิดในอนาคตจากผลกระทบของโควิด-19 จะตามมาด้วยปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองตกต่ำ ปัญหาอาชญากรรมและสังคม รวมทั้งปัญหาทางการเมืองที่จะตามมา ฝ่ามรสุมจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ผันผวนโดยเฉพาะในยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำและความแตกแยกของคนไทยในสังคม

ด้านกระบวนการสรรหาและเลือกสรรผู้อำนวยการ ส.ส.ท. สิ่งสำคัญคือจะต้องมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ไม่เล่นพรรคเล่นพวก ทำตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดอย่างไม่เลือกปฏิบัติ โดยคณะกรรมการนโยบายซึ่งกฎหมายให้อำนาจเป็นผู้คัดสรรและแต่งตั้ง ได้ตั้งคณะกรรมการสรรหาจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กร ผู้มีประสบการณ์ทำงานเพื่อสังคมจำนวน 9 คน มากำหนดขั้นตอน วิธีการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมจำนวน 2 คน ไม่เกิน 5 คน มาให้คณะกรรมการนโยบายเลือกคัดสรรในขั้นสุดท้าย

ทั้งนี้เพื่อให้ได้คนที่มีความสามารถ มีคุณสมบัติโดดเด่น และครบถ้วนตามพระราชบัญญัติขององค์การฯ และสามารถนำพาองค์การที่ก่อตั้งมา 13 ปี ให้รุดหน้าเป็นที่เชื่อถือและทำประโยชน์ยิ่งขึ้น ซึ่งการคัดสรรผู้ที่สามารถนำพาไทยพีบีเอส ที่มีอายุผ่านมาได้ 13 ปี เปรียบเสมือนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไฟแรง มีอุดมการณ์ ปรารถนาเห็นประโยชน์ของสังคม โดยไม่คิดถึงประโยชน์ของตนและพรรคพวก” 

ข่าวที่เกียวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวประชาสัมพันธ์

บทสัมภาษณ์ผู้บริหาร

ข่าวกิจกรรม

กลับขึ้นด้านบน